Review: Katy Perry – One of the Boys (Popstars#10)

posted on 03 Aug 2008 19:35 by bittersweet-music  in Popstars


สตูดิโออัลบั้มลำดับที่สอง(อัลบั้มแรกใช้ชื่อว่า Katy Hudson) โดยอัลบั้มนี้แนวเพลงจะออกไปแนว ป็อป อิเรคโทรนิคร็อค นิดหน่อย โดยเจ้าของเพลงที่ฮิตมากมายในอเมริกาตอนนี้กับ “I Kissed a Girl” ผู้พกความเปรี้ยว แก่น ซ่า มาให้เรามาพิสูจน์ว่าผลงานของเธอนะดีแค่ไหน

Singles



UR So Gay (3/5)
ซิงเกิ้ลแรกเปิดตัวอัลบั้มนี้ แค่ดูจากชื่ออัลบั้มก็รู้ได้แล้วว่าคงจะฮือฮาไม่ใช่น้อย ตัวเพลงก็เป็นเพลงป็อปที่เดินบีทแบบเอื่อยๆ แปถมมีกลิ่นอายความเป็น แจ๊ส โซลหม่นๆ นิดหน่อย แถมเนื้อหายังแรงได้ใจอีกต่างหาก โดยรวมแล้วฟังเอามันก็ฟังได้เรื่อย แต่พอเข้ารอบที่ สี่ ที่ ห้ามันเริ่ม เอียนและน่าเบื่อไปซะแล้ว



I Kissed a Girl (5/5)
สมแล้วที่เพลงนี้สามารถขึ้นไปถึงอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ได้อย่างง่ายดาย กับป็อปร็อค เจือความเป็นอิเรคโรนิคเข้าไป เดินบีทหลักด้วยกลองและกีต้าร์ ก่อนจะค่อยๆ ใส่เสียงสังเคาะ กับกีต้าร์ไฟฟ้าลงไป
โดยเนื้อเพลงนี้ แรงอีกแล้วดูเหมือนจะเป็น อีกภาคของ UR So Gay ในเมื่อ เมื่อกี้เกย์ ชั้นก็ขอเบี้ยนบ้าง
ดั่งคำที่ว่า “ผู้ชายจูบกันมัน.... ผู้หญิงจูบกันมัน Hot!!!”

Hot n Cold (3.5/5)
ป๊อปแดนซ์เจืออิเรคโทรนิคกับเพลงนี้ที่ยังเน้นการเดินบีทด้วยกลองกับกีต้าร์ฟังตอนแรกๆก็สนุกดีนะโยกๆได้
แต่พอเริ่มหลายรอบมันก็เริ่มน่าเบื่อเพราะบีท วนไปวนมาส่วนเสียงเธอ เสียงห้าวๆแบบนี้สงสัยกำลังอินเทรนด์
มันห้าวแต่มีเสน่ห์มากๆ

Thinking of You (2.5/5)
อคูสติค ป็อปร็อคเพลงนี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่าเสียงห้าวๆของเคที่กับบีทที่วกวน

Track By Track

One of the Boys (4/5)
ไตเติ้ลแทร็ค เพลงนี้เก๋ออก เชียร์ให้เป็นซิงเกิ้ลนะ ป็อปร็อคอิเรคโทรนิค เสียงเคที่ก็ยังห้าวเหมือนเดิม ทำให้เพลงดูมีเสน่ห์ขึ้นไปมากๆเลย จังหวะสนุกๆมันส์ๆ

Waking Up In Vegas (3/5)
เก๋ดีที่อินโทรขึ้นด้วยเสียงสล็อตแมชชีน แล้วตามด้วยดนตรีป็อปร็อคเหมือนเดิม เสียงห้าวๆของเคที่เหมือนๆเพลงอื่นๆไม่ค่อยมีลูกเล่นเท่าไหร่

Mannequin (1/5)
อินโทรเริ่มด้วย อคูสติคชิลๆ ก่อนจะเร่งด้วยบีทกลองหนักแล้วใส่กีต้าร์ตามเข้าไป แต่เพลงนี้ฟังยังไงก็ไม่ติดหู

If You Can Afford Me (1.75 /5)
คล้ายๆ One of the Boys ภาคสอง แต่ขาดความโดดเด่นในแทร็ค มันไม่มีอะไรเด่นเลยไม่ว่าจะเป็นดนตรีหรือเสียงของเคที่เอง

Lost (1/5)
ไม่มีอะไรเลยกับ ป็อร็อค เนือยๆ ดนตรีวนๆ น่าเบื่อๆ

Self Inflicted (3/5)
กู้หน้าได้นิดนึงนะเพลงพอติดหูอยู่ เป็นป็อปร็อคที่น่ารักมากๆ ออกแนวสาวห้าวเขากับเสียงเธอ ยังดีกว่าเพลงที่ผ่านๆมา

I'm Still Breathing (2/5)
ป็อปร็อค บอสซาโนว่า มากๆ จ๊ะ แต่เสียงเคที่ เพลงนี้อ่อนมากๆไม่มีจุดเด่นเลยยยยยยยยยเพลงนี้คิดว่าเด่นแต่ดนตรีนะ เสียงนี้ไม่ไหวจริงๆ

Fingerprints (1/5)
ฟังแล้วนึกถึง Lillix กับ วีนมากๆเพลงนีฟังไงก็ไม่ติดหูมันเหมือนเอาของเก่ามาขาย เพราะมันเหมือนกับ
One of the Boys อีกแล้ว



ภาพรวม (1.5/5)
สมแล้วที่เธอขึ้นทำเนียบ วันฮิตวันเดอร์ไป เพราะทั้งอัลบั้มเพราะอยู่สองสามเพลงเท่านั้นนอกนั้นก็เหมือนเอางานตัวเองมาปรับนิดๆหน่อยๆ นะ สิ่งที่ขาดคือความหลากหลาย ทั้งภาพลักษณ์ของดนตรี เนื้อหาแล้วก็การใช้เสียงของเคที่นะ ถ้าปรับได้จะดีมากๆเลยทีเดียว เชื่อว่าเคที่น่าจะทำได้จะรอดูในอัลบั้มต่อไป

edit @ 3 Aug 2008 19:36:55 by Disney Boy

edit @ 3 Aug 2008 22:10:56 by Disney Boy

Artist of The Month: August 2008

posted on 31 Jul 2008 23:25 by bittersweet-music  in AOTM

 

Artist of The Month: August 2008
สาเหตุที่ให้ Simple Plan มาเป็น Artist of The Month เพราะว่า
เมื่อวันที่ 29 กค ที่ผ่านมาไปดูคอนฯ
มาแล้วจากที่บ้า Simple Plan อยู่แล้วตอนนี้เลยกลายเป็น
คลั่งๆๆๆๆ
เพราะเขาเอนเตอร์เทนคนดูดีมากๆ

 

 

edit @ 31 Jul 2008 23:48:52 by Disney Boy

Review: Miley Cyrus – Breakout (PopStars#9)

posted on 31 Jul 2008 22:32 by bittersweet-music  in Popstars

 

การกลับมาแบบสมภาคภูมิอีกครั้งกลับสตูดิโออัลบั้มที่ สาม (2 ซาวด์แทร็ค และ อัลบั้มนี้) กับสามน้อยยิ้มเก่งไมลีย์ ไซรัส โดยเป็นไปตามคาดกับ การ Debut อันดับหนึ่งของอัลบั้มบน Billboard Top 200 Albumsโดยการกลับมาครั้งนี้ แม่หนูไมลีย์ พกความเป็นร็อค ของ แม่หนูมาแบบเต็มๆ โดย คราวนี้มาแบบ ร็อค แกม ด้วยพังค์ และดนตรีที่เร้าใจชวนขยับ และแอบเบรกอารมณ์ ของเราด้วยเพลงช้า เพราะๆ ให้เราได้ขับกล่อมอารมณ์กัยอย่างชิลๆ งานนี้แม่หนู เสียงห้าวคนนี้ จะสร้างประวัติศาสตร์ให้ดิสนีย์อีกหรือไม่เราคงต้องติดตามกันต่อไป

 

Single

 

7things (4/5)

ร็อคสติแตกของสาวใจแตก(ฮ่าๆ เพลงนี้ป่วง ได้ใจจริงๆ โดยเฉพาะเอมวี) ร็อค กับบีทกลองหนัก และ เสียงห้าวๆของเธอ โอ้วมันช่างเข้ากันๆ แถมเนื้อหายังมากัดผู้ชายอีก(กัดไม่จริงนิหว่ายังมาชมอีก) ด้านตัวเพลง หลังจากกีต้าร์เกริ่นขึ้นมา ก็ ขึ้นด้วยเสียงแหบห้าว ของ เธอก่อนจะ สติแตกด้วยการ โหวกเวก ตะโกน กู่ร้อง (ร้องได้อินมากใช้อารมณ์ชีวิตจริงหล่ะเซ่) โดยรวมแล้วเพลงดีมากๆ ป็อปร็อค สบายๆ แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบเสียงห้าวๆ อาจจะรำคาญนิดๆ กับท่อนฮุค ที่เธอทั้ง ตะเบ็งตะโกน โหนเสียง ห้าวๆ ให้เราฟังกัน

 

 

Track By Track

 

 

Breakout (4.5/5)
เพลงแทร็คแรก และ ไตเติ้ล แทร็ค ในอัลบั้ม เจ๋งมากทั้งภาคดนตรีและเสียงหนูไมลีย์ น้อยคนนักจะรู้ว่า Katy เจ้าของเพลง I Kissed A Girl ได้ร้องเป็น แบ็คกิ้ง โวโคลให้ในเพลงนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้งสองรู้จักกัน(คงเพราะแบบนี้มหล่ะมั้ง เคที่ ถึงอยากจะ จุ๊บๆ ไมลีย์) เข้าเพลงมาก็ เร่งจังหวะไปเลยกับ กลองสนุกๆ และจังหวะเร้าใจชวนขยับ เชื่อว่าเพลงนี้คงติดหูไม่ยากและเปอร์เซ็นต์สูงที่จะเป็นซิงเกิ้ลที่สอง

The Driveway (3/5)
คราวนี้เรามา สโลว์ ร็อคกันหน่อย กับ เพลงที่โชว์ความบ้าพลังของแม่หนูไมลีย์ ที่ทั้งพยายาม โหน หลบสูง หลบต่ำ และอีกหลากหลายการร้องเพลงที่แม่หนูคนนี้พยายาม ให้เกื้อกับเสียงห้าวของเธอ บางเทคนิคก็ทำดี บางเทคนิคก็พาล่ม แต่โดยรวมแล้วออกมาดี ใช้ได้อยู่

Girls Just Wanna Have Fun (4/5)
1ใน 2 เพลงคัฟเวอร์ในอัลบั้มนี้ โดยต้นฉบับเป็นของ Cyndi Lauper โดยส่วนตัวคิดว่าทำจังหวะออกมาน่ารัก ชวนขยับ กับความเปรี้ยว ซ่า สไตล์ ไมลีย์ เพลงชวนขยับแบบนี้ กับเสียงแหบๆ มันก็พไปกันได้ดีอยู่ โดยเพลงนี้เป็นเพลงที่คิดว่าชสนเต้นสุดในอัลบั้มแล้ว เธอทำออกมาได้ดีมากๆเพลงนี้

Full Circle (3/5)
คราวนี้เพลงนี้ไมลีย์เอาลูกเล่นที่รู้สึกกำลังกลับมาฮิตอีกครั้งกับซาวด์แบบ อวกาศ มาใช้เป็นอินโทรเพลงก่อน จะกลับไป ร็อค เนิบๆ แบบ Girl Can Rockตามสไตล์เด็กดิสนีย์ที่เป็นผู้หญิง ที่มักจะถูกปั้นให้เป็น Girl Can Rock ซะแทบทุกคน ส่วนตัวว่าไมลีย์ทำได้ดีมากๆ โดยรวมเพลงนี้ ดนตรีติดหูดี แต่มันขาดท่อนฮุค เด่นๆ ที่ไว้ร้องตาม แต่ก็มีท่อนที่มีความโดดเด่นอยู่ในตัวเพลงที่โชว์ศักยภาพของไมลีย์ได้ดีเลยทีเดียว

Fly On The Wall (5/5)
เป็นร็อคที่เยี่ยมมากๆ ในอัลบั้มนี้กับซาวด์สังเคราะห์อินโทร ก่อนจะมาปลดปล่อย ความเป็นร็อคของไมลีย์ที่มันส์ได้อารมณ์มากๆ แถมยังมีสำเนียงการร้องแบบสาว แสบ ซ่า เปรี้ยว มาให้อารมณ์เพลงเร้าอารมณ์และ เร้าใจชวนขยับ โดยเฉพาะไลฟ์ที่ไมลีย์ทำได้เจ๋งเกินขาด กับการกดเสียงในท่อน บริดจ์ เป็นเพลงที่ สุดยอดจริงๆเชียร์สุดใจให้ตัดเป็นซิงเกิ้ล

Bottom Of The Ocean (3/5)
ใครได้ยินซาวด์เพลงนี้อาจเห็นภาพ เจสซ่กับ หนู แอชลีย์ ลอยขึ้นมาก็ได้เพราะ เพราะซาวด์ คล้ายๆ แบบนี้ตุ้มๆ ต๊อมๆ อวกาศๆ บ้าง ซึ่งทั้งสองคนนี้ได้กล้าเสี่ยงเอาซาวด์แบบนี้มาเป็นธีมอัลบั้มและวางแผนไปเรียบร้อย (และแป้กอนาถ ดับสนิทไปเรียบร้อยแล้วทั้งคู่) คิดว่าความอ่อนของเพลงนี้น่าจะเป็นเสียงของไมลีย์มากกว่า ซึ่งน่าจะเป็นการยากมากๆที่สาวเสียงห้าวใหญ่ๆ จะร้องเพลงให้มันช้าๆ ซึ้ง ได้ดีเยี่ยม แต่โดยรวมแล้วก็ไม่น่าเกลียดอะไรเท่าไหร่นัก

Wake Up America (4.75/5)
อีกหนึงเพลงเยี่ยม ในอัลบั้มนี้กับกลิ่นอายป็อปร็อค ง่ายๆ กับเนื้อหาที่สร้างสรร มากๆ โดยมีการพูดถึงเด็กสาวคนนีงที่เห็นแต่ คำเชิญชวนให้ลดโลกร้อน เธอเลยต้องการ จะเป็นอีกเสียงหนึ่งที่ช่วย กระจาย คำๆนี้ไปหาทุกๆคนเนื้อหาน่ารักมากๆ แอบกัดนิดๆกับท่อน I know that you don't wanna hear it Especially coming from someone So young คิดว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงที่สามารถปลูกฝัง เยาวชนอเมริกาให้ตระหนักถึง ภัยโลกร้อนได้ดีอีกทางหนึ่ง

These Four Walls (3.5/5)
เพลงคัฟเวอร์ เพลงที่สองในอัลบั้มนี้ โดยออริจินอลเป็นของ Cheyenne Kimball นักร้องสาวมากความสามารถ ที่ค่อนข้างโนเนมบ้าง ถึงจะเคยออกอัลบั้มนึงก็เถอะ ทางด้านตัวเพลงออกไปแนว อคูสติคร็อค ที่มีกลิ่นอาย ครันทรี่นิดๆ ทางด้านเสียงไมลีย์ก็คุมออกมาได้ดีเลยทีเดียว ไม่น่ารำคาญจนเกินไป ถือว่าเป็นเพลงฟังสบายๆ ในอัลบั้มนี้ได้ดีเลยทีเดียว

Simple Song (4/5)
สโลว์ร็อคสบายๆ กับเนื้อหา น่ารักใสๆ แถมแอบโชว์ ความบ้าพลังกับการ ตะเบ็ง และโหนเสียงในบางท่อนคิดว่าเพลงนี้ติดหูง่ายทั้งดนตรีที่ฟังสบายๆ แบบร็อคๆ กับเสียงมันส์ๆ กับท่อนฮุค ที่ไม่ถึงกับเก๋มากแต่ร้องตามได้ง่ายๆ รวมทั้งความหวานของเปียโน ที่ช่วยเบรกเพลงนี้ให้หวานขึ้น

Goodbye (2.5/5)
ว่ากันตามเนื้อผ้าเพลงนี้ก็ดีอยู่นะ แต่ติดตรงที่ว่ามันเหมือนเอา These Four Walls กับ Simple Song มาผสมๆ มารวมๆกันเพราะ ฟังแล้วมันเหมือนสองเพลงนั้นในหลายๆส่วนมากๆ ฟังเอาเรื่อยๆก็โอเคอยู่หรอกแต่ไม่ค่อยปลื้มแฮะ

See You Again ( Rock Mafia Remix) (4/5)
พูดได้คำเดียวว่ามันส์ดี

Don’t Walk Away (Bonus Track) (3/5)
เอาเข้าจริงๆ เพลงนี้ก็ติดหูดีนะ ทั้งเนื้อหาที่น่าจะเจาะตลาดวัยรุ่นได้ไม่ยากและดนตรี ป็อป ร็อค อคูสติค สบายๆฟังง่ายๆ แถม เพราะดีด้วยเพลงนี้

ภาพรวม(4/5)
เอาเข้าจริงๆ ไมลีย์ก็ทำเพลงได้ดีนะ ทั้งภาคดนตรี เนื้อหา(ถึงจะไม่เลิศหรู อลังการงานสร้าง) แต่ก็เป็นเนื้อหาดีๆ ที่เด็กคนนึงจะสื่อออกมาแค่นั้นเอง แต่ทางด้านธีม ไมลีย์ออกแนวก้าวเข้าไปในเงาของ Avril Lavigne+Michelle Branch ไปนิดๆ นะ ถ้าหาธีมความเป็นตัวเองออกมาได้คงทำให้เธอพัฒนาขึ้นได้มากๆเลยทีเดียว โดยรวมแล้ว เจ๋งดีนะ เพราะหลายๆแทร็ค จนถึงทุกแทร็คเลย

 

 

 

edit @ 31 Jul 2008 22:38:21 by Disney Boy

edit @ 31 Jul 2008 22:39:24 by Disney Boy

edit @ 31 Jul 2008 23:48:43 by Disney Boy

Review: Hannah Montana 2 : Meet Miley Cyrus (Popstars#8)

posted on 14 Jul 2008 19:39 by bittersweet-music  in Popstars
Review: Hannah Montana 2 : Meet Miley Cyrus (Popstars#8 )

หลายคนอาจจะได้เริ่มรู้จักสาวน้อยยิ้มเก่งคนนี้ Miley Cyrus เธอเข้าวงการด้วยบทๆเล็ก ในหนังหลายเรื่อง ก่อนที่จะมาได้เล่นซีรีย์ เรื่องนึงทางดิสนีย์โดยไม่รู้เลยว่าจะทำให้เธอดังแค่ไหน
นั้นคือเรื่อง Hannah Montana นี้เอง พอหนังออกฉายก็ดังเป็นพลุแตก เพลงประกอบก็ขายดี
แล้วเธอก็กลายเป็นที่รู้จักทันที แต่ก่อนหน้านั้น คนก็รู้จักเธอในนาม Hannah Montana
พอมาอัลบั้มประกอบซีรีย์ชุดนี้เธอเลยพ่วงผลงานตัวเองมาด้วย ในนามอัลบั้ม
Hannah Montana 2 : Meet Miley Cyrus เพื่อให้ทุกคนรู้ว่า ชื่อฉันจริงๆนะ ไมลีย์นะ
เรามาดูกันดีกว่าว่า ลูกสาวอดีตนักร้องคันทรี่ชื่อดัง Billy Ray Cyrus มีดีอะไรบ้าง(ดีที่ว่านี้ไม่ใช่รูปหลุดนะอิอิ)

CD1 : Hannah Montana



ทางด้านแผ่นที่หนึ่งจะเป็นเพลงประกอบในซีรีย์ Hannah Montana โดยมีการตัดซิงเกิ้ลถึง 7 ซิงเกิ้ล
(แหมเอาให้หมดเลยดิอีกสามเพลงเอง) โดยมีให้โหลดที่ iTunes นั้นเอง โดยเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเซ็ตนี้คือ Life's What You Make It ที่Debut ที่อันดับที่ 25
บน BB Chart เลยทีเดียว

Singles

Nobody's Perfect (4/5)
ความเป็นป็อปร็อคตามสไตล์ของ แฮนน่าเองแต่คราวนี้พ่วงลูกเล่นความเป็น ร็อคให้หนัก
มากขึ้นแต่ก็ยังเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ช่วนเต้น ดนตรีที่ผสมผสานกับเครืองดนตรีร็อคอย่าง
กีต้าร์กลองเบส แล้วใส่เสียงอินเรคโทรนิคที่สนุกสนาน เยี่ยม เจ๋งมาก สมแล้วที่ใช้เป็นเพลง
เปิดตัว ของ ซวด์แทร็คอัลบั้มนี้

Make Some Noise (4/5)
อินโทรขึ้นโดยเป็นอคูสติคป็อป ช้าๆ ก่อนจะยกขวบนร็อคเข้ามาช่วยกันผสมโรง
เนี้ยหนูไมลีย์หนูมาแนวนี้จะเจ๋งที่สุดเพราะเสียงหนูใหญ่ มาร้องร็อคต้องรุ่งแน่นอน
อีกทั้งเพลงนี้มีความหมายดีมากๆอีกทั้งยังให้กำลังใจให้กับพวกวัยรุ่นซะส่วนใหญ่อีก

Life's What You Make It (4.5/5)
เพลงที่ประสบผลความสำเร็จมากที่สุดในอัลบั้มนี้(ซาวด์แทร็คนะไม่นับแผ่นที่สองที่เป็น
Meet Miley Cyrus) โดยการที่สามารถ Debut ได้สูงถึงอันดับ ที่ 25 ของ Billboard Hot 100
โดยตัวเพลงมีความคล้ายคลึงกับ Nobody's Perfect คือการผสมผสานที่ลงตัวของ
ดนตรีที่มีกลิ่นอายความร็อคกับเสียงสังเคราะห์เยี่ยมๆ กับ จังหวะที่เร้าใจชวนขยับ
เรื่องเนื้อหานี้ก็ไม่ต้องพูดถึงสำหรับดิสนีย์ ให้กำลังใจเด็กวัยรุ่น และชี้แนวทางให้อีกต่างหาก
เป็นสิ่งที่ดีมากๆที่ยังหาไม่ค่อยเจอในวงการเพลงบ้านเรา

One in a Million (3/5)
ป็อปร็อค เสียงอิเรคโทรนิคใสๆกลิ่นอาย บัลลาด ช่วยสร้างให้เพลงนี้กลายเป้นเพลงช้าที่เพราะ
มากๆในเซ็ตนี้ โดยเพลงนี้เป็นเพลงคัฟเวอร์โดยไมลีย์ไปหยิบเพลงนี้มากจาก นักร้องสาวชาว
เยรมันนามว่า Sandy Mölling โดยมีการปรับเปลี่ยนเนื้อร้องนิดหน่อยตรงท่อนที่ว่า
"Can't believe that I'm so lucky. I have never felt so happy. Every time I see the sparkle in your eyes." โดยต้นฉบับจริงๆร้องเอาไว้ว่า "I feel drunk but I am sober. And I'm smiling all over. Every time I see the sparkle in your eyes." เพลงนี้ขอเสียงอย่างเดียวคือ เสียงใหญ่ๆของ
หนูไมลีย์เวลาโหนเสียงแล้วตลกๆไปนิดนะ

Bigger Than Us (3/5)
ยังคงอยู่กับ ป็อปร็อคกับการเล่นลูกเล่น เสียงสังเคราะห์ แต่คราวนี้สโลว์ดนตรีให้ช้าลง
บอกกับการเล่นกลองให้หนักขึ้นกว่าจากเพลงอื่นๆ แต่ที่น่ารักคิดว่าน่าจะเป็นอินโทร
ที่เป็นสะกดคำ L-O-V-E Love เพลงนี้คิดว่าเป็นเพลงเอาใจวัยรุ่นมากๆ(โดยเฉพาะสาวๆ)
กับการเชื่อในความรัก

True Friend (4.5/5)
อคูสติคร็อค ที่เพราะมากๆ แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งลูกเล่นเสียงอิเรคโทรนิคในบางส่วนของเพลง
ทางด้านเสียงต้องบอกว่า ไมลีย์ยังทำไม่ได้ดีนักในเพลงนี้(เมื่อเทียบกับเพลงอื่นๆในอัลบั้ม)
เสียงเธอบางช่วงในเพลงนี้เหมือนคนน้ำลายท่วมปากเลยริงๆ แต่เรื่องเนื้อหาของเพลงแล้ว
นั้น สุดยอดมากๆจริงๆ เนื้อหาดีมากๆ

We Got The Party (4/5)
กลับไปใช้สูตรเดิมของซิงเกิ้ลแรกคือการนำเอาดนตรีร็อคมาผสมผสานกับเสียงสังเคราะห์แล้ว
ทำให้จังหวะมันเร้าใจชวนขยับ แถมเสียงหนูไมลีย์ในเพลงนี้ยังดีมากๆอีกด้วย
แต่ฟังเพลงนี้แล้วชวนขยับจริงๆ

Track By Track



Rock Star (5/5)
โอ้วแม่เจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา สุดยอดมากๆเพลงนี้ ความเป็นร็อคตามสไตล์Hannah
ดนตรีที่คอยเร่งจังหวะให้เร้าใจอยู่เรื่อยๆ แถมเสียงไมลีย์ในเพลงนี้ดีมากๆ
เพลงนี้ถูกตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ลในการโปรโมท คอนเสิท Hannah Montana & Miley Cyrus: Best of Both Worlds Concert. แม้ในชาร์ตจะไปไม่ได้ดีนัก แต่ตัวเพลงนั้นดีมากๆ

Old Blue Jeans (3/5)
ป็อปร็อคอิเรคโทรนิคอีกเพลง(เริ่มอิ่มหล่ะยังไม่เปลี่ยนมุข)โดยเพลงนี้ท่าพูดตามตรงก็เหมือนๆ
กับเพลงที่ผ่านมา เสียเพียงแค่มันไม่ค่อยติดหูและไม่ค่อยมีจุดเด่นมากเท่าที่ควรนั้นเอง
แต่สิ่งที่เพลงนี้เด่นกว่าเพลงอื่นๆในเซ็ตนี้คือ ใส่เสียงสังเคราะห์เยอะกว่าเพลงอื่นๆนั้นเอง

You and Me Together (3/5)
เพลงนี้เอาเข้าจริงๆทำได้ดีกว่า Old Blue Jeans อีกนะ แต่ขอหักคะแนนทางด้านความเนือย
ของภาคดนตรี เพลงก็เกือบจะสนุกนะแต่ทำเอาเราเกือบหลับแนะ ไปปรับปรุงมาใหม่ซะนะหนู

ฺBonus Track (Hannah Montana 2: Rock Star Edition)

One In a Million (Acoustic Version) (3.5/5)
เหมือนๆกับที่บอกในตอนที่วิจารณ์เพลงนี้ในหมวดซิงเกิ้ล แต่เพียงคราวนี้เป็นอคูสติค
ขอเพิ่มอีก ครึ่งคะแนน เพราะเป็นอคูสติคที่เพราะมากๆ เสียยงหนูไมลีย์ในอคูสติคนี้เพราะมาก

We Got the Party (featuring Jonas Brothers) (5/5)
เหมือนกับที่วิจารณ์ในหมวด ซิงเกิ้ลทุกอย่างเพียงแต่ว่า
พอได้หนุ่มๆ JB มาช่วยฟีทให้ด้วยแล้ว เพลงมันส์ขึ้นมากๆ
เพราะในเมื่อเราจะมีปาร์ตี้คงไม่มีแค่ ญ อย่างเดียวแน่ พอมีเสียงผู้ชายมาเพิ่มช่วยสร้างสีสัน
เพลงนี้ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่มันส์มากๆ และเพราะสุดๆ เพราะเป็นถึงการฟีทกันของ
หัวหอกแกนนำ ศิลปินหน้าใหม่ของค่ายอีกด้วย

ภาพรวม (4.5/5)

อัลบั้มนี้เป็นซาวด์แทร็คที่ดีมากๆ ดีกว่าซาวด์แทร็คของซีรีย์นี้อัลบั้มก่อนเสียงอีก
กับความแปลกใหม่ของภาคดนตรี กับพัฒนาการของแม่หนูไมลีย์ อัลบั้มนี้เยี่ยมจริงๆ
(อยากจะบอกว่าแอบดีกว่าอัลบั้มพ่วงที่เป็นชื่อเจ้าตัวอีกนะ อิอิ)

CD2 : Meet Miley Cyrus



Singles



G.N.O. (Girl's Night Out) (4/5)
ป็อปร็อคที่ใส่ความเป็นแดนซ์ เข้าไป เป็นซิงเกิ้ลแนกเปิดตัวของ เซ็ตนี้ที่ใช้ชื่อเธอเต็มๆอีกด้วย
โดยเพลงนี้เธอได้มีส่วนร่วมในการแต่งเพลงนี้ด้วย โดยเพลงนี้ยังหยิบคอนเซ็ปของเซตแรกกับ
การประโคมเสียงอิเรคโทรนิคใส่เข้ามาเยอะมาก แต่ยังไงเพลงนี้ก็เป็นเพลงชวนขยับได้ดีเยี่ยม

I Miss You (4.5/5)
หลายๆคนที่ได้ติดตามซีรีย์เรื่อง Hannah Montana มาแต่แรกคงจะเคยได้ยินเพลงนี้แล้ว
ในตอนแรกๆของซีรีย์นี้ สุดยอดจริงๆตรงที่ เพลงนี้เธอได้แต่งให้กับคุณปูของเธอที่เสียชีวิตไป
เมื่อปี 2006 โดยตัวเพลงขึ้นมาเป็นอคูสติคกีต้าร์ก่อนจะผสมโรงด้วยกลองเบส เปียโน ฯลฯ
โดยรวมแล้วเพลงนี้ดีมากๆเพราะ และความหมายดีมาก



See You Again (4/5)
เพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเธอกับกาที่สามารถขึ้นไปได้สูงสุดถึงอันดับที่10 ใน BB
โดยตัวเพลงเป็น ป็อป อิเรคโทรนิค แต่ยังแฝงความเป็นร็อคของเธอไว้อย่างดีเยี่ยม
ทางด้านเสียงร้องคิดว่าเพลงนี้ก็ใช้ได้เลยนะ เพลงติดหูอีกต่างหาก



Start All Over (5/5)
เพลงนี้ส่วนตัวแล้วคิดว่าเจ๋งกว่า See You Again อีก นะทั้งภาคดนตรีที่มีกลิ่นอายความเป็นร็อค
บวกกับจังหวะที่เร้าใจ แถมเสียงไมลีย์อย่างที่บอกถ้าเธอร้องร็อคจะรุ่งมากๆเพราะฉนั้นเพลงนี้
คงไม่ต้องพูดอะไรมากยอกจาก ทำไมมันไม่ค่อยดังเลยฟร่ะเพลงเจ๋งกว่า See You Again อีก

Good and Broken (3.5/5)
ป็อปร็อคเหมือนเดิม แต่เรียบเรียงเมโลดี้ได้สวยมากขึ้นโดยทำจนเหมือนเพลงพังค์ร็อคมากกว่า
เดิม ด้วยการอินโทรมาด้วยการโซโลกีต้าร์ก่อนจะเพิ่มด้วยเสียงกลอง เร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ
และผลออกมาคืป็อปร็อค แสบซ่า ที่ มีความลงตัวในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นเสียงของไมลีย์
และซาวด์ดนตรี จุดอ่อนของเพลงนี้มีอย่างเดียวคือมันไม่ค่อยติดหูเท่าไหร่นั้นเอง

Track By Track

East Northumberland High (3/5)
ป็อปร็อคเข้มข้เหมือนเดิม แต่ที่น่าสนใจคือช่วงอินโทรที่ไมลีย์ร้อง ร้องได้ ดูลึกลับน่าค้นหามากๆ
น่าจะเอาเทคนิคนี้ไปใช้ในหลายๆอันนะ แต่เสียดายเพลงนี้ตรงที่ความเนือบของภาคดนตรี
ติดหูแต่มันไม่ค่อยมีจุดเด่นเท่าที่ควร

Let's Dance (3/5)
ป็อปร็อคที่ใส่ความเป็นแดนซ์ตามชื่อเพลง เพลงนี้ทางด้านดนตรีเป็นเพลงที่มีการผสมผสาน
กันได้หลากหลายแนวดนตรีมากๆ แถมยังอุส่าห์มีช่วงแดนซ์ในเพลงอีกด้วยนะ
พอนึกภาพหนูไมลีย์เต้นได้อยู่หน่อยๆนะ แต่เพลงนี้ติดหูกว่า East Northumberland High อีก
และยังเป็นเพลงที่เธอแต่งอีกด้วย

Right Here (4/5)
ป็อปร็อคสำเร็จรูปอีกทั้งเพลงนี้แม่หนูไมลีย์ก็มีส่วนแต่งอีกด้วย ต้องขอบอกว่าเพลงนี้ทำออกมา
เป็นร็อคได้ดีกว่าเพลงอื่นๆในเซตนี้อีกนะ เสียดายน่าจะตัดเป็นซิงเกิ้ลเพราะเพลงนี้เพราะมากๆ
เจ๋งดีๆ

As I Am (3/5)
อีกเพลงนึงที่เจ๋งมากๆสมแล้วที่เป็นแทร็คต่อจาก Right Here เพราะหลังจากยังติดอารมณ์
อยู่กับร็อคๆอยู่เราก็ยังมาร็อคต่อในเพลงนี้ด้วย เสียตรงที่ด้านเสียงของแม่หนูไมลีย์ยังทำได้ไม่ดี
เท่า Right Here เท่าไหร่นะ แต่ขอชมหนูไมลีย์จริงๆ แต่งหลายเพลงอยู่นะเนี้ยในอัลบั้มนี้

Clear (2.5/5)
ใครแนะนำให้หนูทำเร้กเก้จ๊ะ เด่นมาอยู่เพลงเดียวเลย อย่าๆหนู
อย่างหนูต้องไปร็อค ทำแนวนี้ไม่รอดหรอก



ภาพรวม (3.75/5)
อย่างที่บอกนะจ๊ะหนูไมลีย์ อย่างหนูเนียไปร็อครอดที่สุด แดนซ์นี้ไม่แน่นะเพียงแต่เสียงหนู
ไม่ให้เท่านั้นเอง ทางด้านภาคดนตรียังขาดความหลากหลายอยู่นะ แต่ด้านเสียงก็เกือบโอเคแล้ว
หล่ะ หาเทคนิคการร้องมาเพิ่มเพื่อช่วยให้เพลงมันสมูทมากขึ้นนะจ๊ะ อัลบั้มใหม่ขอดีกว่านี้นะ

edit @ 31 Jul 2008 22:40:24 by Disney Boy

edit @ 31 Jul 2008 23:48:33 by Disney Boy

Review: Mariah Carey -E=MC² (Divas#1)

posted on 05 Jul 2008 13:48 by bittersweet-music  in Divas
E=MC²
Emancipation equals Mariah Carey to the second power


Track By Track

Migrate (4.5/5)
เป็นเพลงที่ชอบมากที่สุดในอัลบั้มนี้(อาจเป็นเพราะเปิดเพลงด้วยเสียงหวีดมารายห์)
บีทกลองตึงๆกับเสียงแหบๆของมารายห์มันเข้ากันดีอ่ะถีงแม้มารายห์จะเสี่ยงทำอัลบั้มนี้
เพราะมันไม่เน้นเสียงเธออย่างแต่ก่อนแต่เน้นที่บีทเป็นหลักแต่เธอก็ยังไปรอดอยู่
อยากเห็นเอมวีเพลงนี้อ่ะเนื้อหามันแบบอยากเห็นเอมวีมากๆพอช่วงกลางๆมีท่อนแร็พ
แล้วเสียงมารายห์หัวเราะแทบจะหัวเราะตามเลยอ่ะ(น่ารักดี)

Touch My Body (3/5)
เพลงเปิดตัวอัลบั้มนี้ที่อัดแน่นไปด้วยความแอ๊บของมารายห์
ถึงแม้เนื้อหาจะกำกวมแต่ก็แผงความซุกซนเอาไว้น่ารัก(ไม่มีใครอายุเท่ามารายห์แล้วแอ๊บได้ดีเท่าเธอ)
เสียงแหบๆกับเมโลดี้หวานก็ไปได้ด้วยกันดีถึงแม้เพลงนี้ไม่มีหวีด
แต่ต้องยอมรับว่าเสียงเฑอแหบเสน่ห์จริงเหตุผลที่เบ่อเพลงอาจจะเป็นเพราะดนตรีมันวนไปวนมา

Cruise Control (3/5)
เพลงช้าอีกเพลงที่มาราย์ทำได้ดีกับบีทR&Bเสียงเธอก็คุมดีด้วย
ชอบตอนเล่นสะกดคำมันดูมีเสน่ห์ดีแต่ดนตรีชวนวิงเวียนไปนิดบางท่อนเสียงเธอก็ดูใหญ่น่ากลัวดี
แต่ก็ถือว่าใช้ได้กลับเพลงนี้

I Stay In Love (3.5/5)
บีทR&B บวกซาวด์เปียโนทำให้ฟังแล้วเคลิ้มเคลิมไปเลยกับเพลงนี้อย่างที่เคยบอกไปในรีวิวอันเก่า
ฟังแล้วรู้ I Stay In Love with Mariah มากๆเลย

Side Effects (4.5/5)
หนึ่งในเพลงมารายห์ที่บีทหนักกว่าเพลงอื่นส่วนตัวแล้วชอบเพลงนี้มากกกกกกก
ซาวด์ออกแน้วอวกาศนิดๆบวกเสียงกลองเสียงมารายห์เพลงนี้แม้ไม่มีหวีดแต่เสียงเธอดีมากๆ
ชอบบบบเพลงนี้อ่ะ

I'm That Chick (4.75/5)
เป็นเพลงที่ชอบบบบบที่สุดในอัลบั้มนี้แล้วดนตรีสนุกๆเนื้อหาน่ารักๆ
กับเสียงแอ๊บๆของมารายห์อยากให้ทำเอมวีนี้มากจะให้เต้มอยู่แล้วแต่ทำไมไม่หวีดอ่า
แต่เพลงนี้น่ารักมากๆอ่ะ

Love Story (2.5/5)
อาจจะเป็นเพราะคาดหวังกับเพลงนี้มากเกินไปเพราะตอนช่วงข่าวแว่วๆออกมาบอกว่าเพลงดี
แต่พอฟังเต็มๆแล้วรู้สึกบีทกลองหนักไปหน่อยกับเนื้อหาแบบนี้แล้วยังคอรัสที่ก้องไปก้องมา
ออกแนวน่ารำคาญแต่สิ่งที่ยังดีอยู่คือเสียงของเธอในเพลงนี้

I'll Be Lovin' U Long Time (3/5)
อินโทรมานึกว่ารายการทีวีชอบซาวด์แบบนี้แฮะรู้สึกมีเสน่ห์ดีแต่เพลงออกแนววนไปวนมาอีกแล้ว
เสียงเพลงนี้มารายห์ไม่ค่อยเด่นเลยแต่ได้คะแนนด้านซาวด์ไปเต็มๆยังดีที่มีแอบแผดเต็มเสียง

Last Kiss (2.75/5)
I Stay In Love ภาคสองหรอ ซาวด์มาเหมือนกันเป๊ะเสียงมารายห์ถือว่าทำได้ดีในเพลงนี้
แต่เบื่อเสียงตาJermaine Dupri เลยทำให้เพลงดูน่าเบื่อไปนิด

Thanx 4 Nothin' (3.5/5)
เนื้อเพลงดีเสียงเยี่ยมแต่เสียงกีต้าร์(รึเปล่า)กับกลองหนักแบบนี้รู้สึกมันไม่เข้ากันเพราะเป้นเพลงช้า
รู้สึกแปลกยังไงไม่ถูกแต่ชอบเนื้อหาเพลงนี้ได้ใจดีเสียงมารายห์แหบๆห้าวๆดี

O.O.C (3/5)
อินโทรมาขากเสลดหรอฟังแล้วขำดีอ่ะแต่ดนตรีใช้ได้เลยมีเสียงขลุ่ยทำให้เพลงนี้เหมือนอาหรับมากเลย
แล้วท่อนที่สะกดชื่อเพลงแล้วตามความหมายมันแนวดีอ่ะ

For The Record (4/5)
เพลงนี้สิที่มองหาในอัลบั้มนี้ดนตรีบีทR&Bแล้วมีเสียงไวโอลินคลอไปด้วยแล้วช่วงกลางๆเพลง
ที่มีเล่นบีทตามคำร้องแล้วมีเสียงหวีดเป้นจังหวะตามกลองทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่ตามหาในอัลบั้มนี้(จะฟังหวีด)
ถูกใจสุดคงเป็นเพราะเพลงนี้มารายห์หวีด 19 วิ

ฺBye Bye (3.75/5)
เพลงที่มีเนื้อหาดีแต่ดนตรีธรรมดาไปนิดแต่ชอบเนื้อเพลงนี้จริง
เพลงนี้คิดว่าเป็นเพลงช้าที่เสียงมารายห์ดีที่สุดในอัลบั้มนี้
ขึ้นสูงลงต่ำได้ดีมากแหบเสน่ห์เธออีก

I Wish You Well (4/5)
เพลงปิดอัลบั้มที่ยอมเยี่ยมมากๆกับการร้องเดี่ยวเปียโนพร้อมเสียงคอรัส
ทำให้เพลงดูคลาสสิคไม่ทำตามตลาดและมีหวีดเอกลักษณ์ของเธออีกและขึ้นสูงแบเพราะมาก

ฺBonus Track

Heat (3/5)
อินโทรมาน่ากลัวดีเหมือนโดนไฟดูดดนตรีซาวดืคุ้นๆจังเลยนะมารายหืจ้า
แต่เสียงมารายห์เพลงนี้แอ๊บน่ารักดีดนตรีก็ธรรมดาแต่ก็เก๋คือมีเสียงติ๊ดๆอยู่เลยทำให้ฟังแล้วแนวดี

4Real4Real (2.5/5)
ดีมากที่อยู่ใโบนัสแทร็คเดียวจะกลายเป้นภาคสองของบางเพลงไปอีก
เสียงมารายห์ขึ้นสูงดีในเพลงนี้ใช้เสียงแหบเสน่ห์ตลอดเลยอ่ะแต่ดนตรีน่าจะทำใหม่นะคงมีรีมิกซ์ออกมา

edit @ 31 Jul 2008 23:48:21 by Disney Boy