Review : Jesse McCartney - Departure (Popstars#3)
posted on 05 Jul 2008 13:26 by bittersweet-music in Popstars
Departure อัลบั้มสตูดิโอที่สาม ของหนุ่มเจสซี่ โดยมาคราวนี้เขาจะพาเรากลับไปหาซาวด์ของยุค80s
โดยนำซาวด์เด่นๆที่ศิลปินที่โด่งดังหลายรายเคยทำมาแล้วไม่ว่าจะเป็น
มาดอนน่า หรือไมเคิล แจ็คสัน
โดยได้โปรดิวเซอร์มือดีอย่าง Sean Garrett ที่โปรดิวซ์และแต่งเพลงดังๆไว้มากมายอย่าง
Lose My Breath, Grillz, Buttons, London Bridge, Toy Soldier และเพลงดังๆอีกมากมาย
พ่วงด้วยโปรดิวซ์เซอร์มากความสามารถอย่าง J. R. Rotem ที่โปรดิว์เพลงดังๆไว้อย่าง
He Said She Said, Better in Time, S.O.S. (Rescue Me), Baby Love (Remix)
และสุดยอดโปรดิวซ์เซอร์แห่งยุคอย่าง The-Dream
Track By Track
Leavin’ (3.5/5)
ซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้มโดยมี the Dream โปรดิวซ์เพลงนี้ให้
เปิดเพลงด้วยเสียงกลองหนัก พร้อมเสียงอิเลโทรนิคเข้าไป
พอขึ้นเพลงก็มีเสียงไซโลโฟนตีคลอไปด้วย
ทำให้เพลงฟังดูแล้วเป็นเมโลดี้ที่ค่อนข้างหวาน
โดยเพลงนี้เจสซี่ได้ปรับลดข้อเสียงของตัวเองคือเสียงที่แหลมเสียดหู
ไปพอสมควรโดยการร้องโดยไม่พยายามขึ้นเสียงสูงมากเกินไปและคุมเสียงได้ดีมาก
ทำให้ไม่ต้องเจอเสียงแหลมๆ
It’s Over (3/5)
ซาวด์อิเรคโทรนิคออกแนวอวกาศนิดๆน่าจะเป็นซาวด์เด่นในอัลบั้มนี้ แต่ยังคงแทรกซาวด์แบบR&B ด้วยจังหวะตบมือ
โดยเพลงนี้เจสคุมเสียงได้ดีมากเลยทีเดียวทำให้เสียงดูออกแนวแหบๆเล็กๆ
ทำให้เสียงน่าฟังกว่าอัลบั้มที่แล้วแต่เพลงเดินเอื่อยไปนิดโดยเพลงนี้เจสแอบแผดสูง
นิดๆหน่อยๆ(มากไปแล้วล่ม)ก็ถือว่าเป็นเพลงที่น่าฟังอีกเพลงในอัลบั้มนี้
Rock You ft. Sean Garrett (4.5/5)
เพลงนี้เป็นเพลงที่ถูกใจที่สุดในอัลบั้มบางคนฟังแล้วอาจจะไม่ชอบ
(ครั้งแรกที่ฟังแบบสามสิบวิรู้สึกเลย เพลงไรเนี้ยยัดใส่มาทำไมเพลงเน่ามาก)
แต่พอฟังแบบเต็ม โอ้ว เจ๋งอ่ะ การนำซาวด์อิเรคโทรนิคแบบยุค 80s
มาผสมกับRock โดยใส่ความเป็น Hip Hop R&B เข้าไป
ทำให้เพลงมันผสมลงตัวมากๆ โดยเปิดเพลงมี
Sean Garrett มาแรพให้
แล้วเสียงเจสในเพลงนี้จะต่างจากเพลงในอัลบั้มอื่นคือ
พยายามร้องให้มันเป็นร็อคมากขึ้นฟังแล้วมันจะแปลกๆแต่ก็มีเสน่ห์ดีเหมือนกัน
เพลงก็ดำเนินไปโดยมีเสียงกลองตีไป เจสก็ ร้องสลับกับ ชอนมาแรพ
โดยกลางเพลงก็มี
บีทบ็อกมาทำให้เพลงไม่น่าเบื่อเกินไปส่วนตัวแล้วคิดว่าเพลงนี้ลงตัวดี
How Do You Sleep (4/5)
เพลงที่ทางโรลลิ่งสโตนบอกว่าน่าจะตัดเป็นซิงเกิ้ลที่สอง
โดยกลับมาใช้ซาวด์แบบเดิมอีกครั้งแต่มีลูกเล่นคือการร้องแบบR&Bบ้าง
เสียงดนตรีก็มีใส่เป็นเสียงอิเรคโทรนิคเล็กๆน่ารักๆ
เสียงเจสในเพลงนี้ก็คุมได้ดีมากๆถือว่าเจสแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองไปเยอะเลยทีเดียว
Into Ya (3/5)
ซาวด์แบบอวกาศเจสร้องเพลงนี้แล้วเสียงเปลี่ยนไปมากเสียงแบบเต็มเสียงเหมือนพยายาม
ร้องแบบย้ำคำแต่ยังมีลูกเล่นโดยการร้องคีย์สูง
เสียงแหลมกับมาแล้วแต่คราวนี้ไม่นารำคาญเหมือนกัน มันดูลงตัวกับเพลง
โดยดูจากรายชื่อโปรดิวซ์เซอร์เพลงนี้ก็โดนR&B
กลืนไปบางส่วน ถ้าฟังเอาชิวๆเพลงนี้ก็ฟังได้เรื่อยๆ
Make Up(3.5/5)
ทำไมๆ หนอเพลงนี้ตอนที่เราฟังครั้งแรก เพลงอะไรเนี้ย ไม่ได้ใจเลย
แต่พอฟังบ่อย เฮ้ย
เจ๋งอ่ะลูกเล่นซาวด์แบบพอจะเข้าท่อนคอรัสก็มีเสียงเหมือนเครื่องยนต์ร้อนแล้ว
อุณภูมิมันสูงขึ้นเรื่อย แล้วมีเสียงดีดนิ้ว ไปตลอดเพลง
แถมแกล้มด้วยซาวด์อิเรคโทรนิคตามคอนเซ็ปอัลบั้ม
เสียงเจสก็มีลูกเล่นมากขึ้นด้วย
ฟังแรกๆอาจจะน่าเบื่อหน่อยแต่พอฟังไปบ่อยๆก็เก๋ดีเหมือนกัน
My Baby (4.5/5)
โอ้วๆๆ เพลงนี้เป็นเพลงที่ปลื้มมากๆสามารถเห็นพัฒนาการของเจสได้จากเพลงนี้เลยทีเดียวฟังแล้ว
เห็นหน้าJamiroquaiลอยมาเลยอ่ะปกติเสียงเจสแหลมงานนี้เลยเอามาใช้เป็นประโยชน์
ในท่อนคอรัสโดยร้องเป็นเสียงเล็กๆก็น่ารักดี
ดนตรีก็แนวเดียวกับคอเซ็ปอัลบั้มโดยใส่ความเป็นR&B
เข้าไปทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังแล้วชวนขยับดี
งานนี้เจสมีลูกเล่นเสียงอะไรใหม่ๆใส่มาซะเต็มเพลงนี้เลย
Told you So (4/5)
กลับเข้าสู่เพลงช้าหวานๆซึ้งตามสไตล์เจสโดยมีเสียงกลองเพลงเล่นไปเรื่อยๆพร้อมซาวด์
ที่คล้ายกับ Leavin’
ฟังเพลงนี้แล้วเหมือนดูหนังเวลาตัวเอกรำลึกเหตุการณ์
เมโลดี้หวานๆแซมด้วยเสียงกลองแอบคลอด้วยเปียโนเมโลดี้หวานๆกับเนื้อหาซึ้ง(ปนกัดนิดๆ)
ทำให้เจสแก้ไขข้อด้อยตัวเองในอัลบั้มแรกๆคือเพลงช้าไม่ค่อยเพราะเท่าที่ควร
(ซะส่วนใหญ่เพลงช้าที่เพราะก็มีแต่น้อย)
Relapse (3.5/5)
เปิดเพลงมาก็พาเราไปท่องในอวกาศซะแล้วซาวด์เล่นซะนึกว่าหนังThe X-File
ตอนแรกเพลงมาช้าหลังจากนั้นก็เริ่มเร่งขึ้นเรื่อยๆทำใหเพลงมีจุดน่าติดตามสักพัก
ก็กลับเข้าจังหวะเดิม มีเสียงกลองตี ตึกๆให้เข้าจังหวะไปหลังจากนั้นก็เตรียมเร่งจังหวะกัน
เพลงนี้ซาวด์เก๋ๆเยอะมากเรียกว่าซาวด์เด่นๆในยุคนั้นประโคมใส่กันมาเลยทีเดียวแต่ก็
ลงตัวไม่เยอะเกินจนรก
Runnin’ (3/5)
วิ่งอีกแล้วอัลบั้มที่แล้วก็มีวิ่ง 555+ ซาวด์ในเพลงนี้ไม่ค่อยโดดเด่นกว่าเพลงอื่นๆในอัลบั้มแต่เด่นตรงที่คราวนี้
เสียงเจสเด่นกว่าซาวด์(เพลงอื่นๆก็จะสลับกันเด่นซะมากกว่าระหว่างเสียงร้องกับซาวด์ของเพลง)
เพลงนี้เจสแอบร้องเร็ว สื่ออารมณ์ได้ดีมากเลยทีเดียว
Freaky (4/5)
อีกหนึ่งเพลงเจ๋งๆของเจสในเพลงนี้
โดยมาแนวโซลนิดๆกับเสียงกลองที่เล่นไปตลอดเพลง
แต่เพลงก็ถูกขัดด้วยซาวด์เก๋ๆ แนวอวกาศแต่ก็ดูลงตัวดี
เสียงก็ถือว่าดีใช้ได้เลยนะใช้ลูกเล่นเสียงเยอะอยู่สมแล้วที่ไปแก้ไขจุดด้อยของตัวเองมาก
Not Your Enemy (4/5)
เมโลดี้หวานๆคลอเสียงเปียโนแต่แฟงความดุดันด้วยเสียงกลองเพลงนี้แอบเอา
ลูกเล่นเสียงวงออเครสต้ามาใส่ ทำให้เพลงดูน่าสนใจมาก เสียงเจสก็สื่ออารมณ์ออกมาได้ดีเยี่ยม ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ
ภาพรวม
อัลบั้มนี้ทุกคนจะได้เห็นความแปลกไปของหนุ่มเจสซี่ ไม่ว่าจะเป็นซาวด์ที่พัฒนาขึ้น(ทุกอัลบั้ม)โดยมาในอัลบั้มนี้
ก็ไปหยิบซาวด์เก๋ๆของยุค80s มาแล้วก็ที่เห็นอย่างเด่นชัดเลยคือเสียงที่พัฒนาขึ้นโดยมีลูกเล่นมากมายไม่ว่าจะ
แผด(ที่ไม่น่ารำคาญอีกต่อไป)เสียงแหบกระซิบ หลบสูง หลบต่ำ
และอีกหลายลูกเล่นที่เจสบรรจงใส่มาในอัลบั้มนี้ สุดยอดจริง (4/5)
เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่ดีอีกอันนึงที่น่าจะหามาเก็บไว้ฟังกัน
แถม
Bleeding Love (4/5)
บางคนเห็นครั้งแรกอาจจะเฮ้ย ไรอ่ะกล้านะเอาเพลงเขามาคัฟเวอร์ทั้งๆที่เพลงยังไต่ชาร์ทอยู่ แต่หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่า
เจสซี่แต่งเพลงนี้ร่วมกับเทดเดอร์นักร้องนำวงOne Replubic
แต่ก็ยกเพลงนี้ให้เลโอน่าไปเนื่องจากอาจจะไม่ตรงคอนเซ็ปของอัลบั้ม
ถ้าถามว่าคะแนนทำไมให้เยอะจังต้องขอบอกว่าเจสทำออกมาในเวอร์ชั่นของเจสได้ดีมากๆ
แต่ถ้าเทียบกับของเลโอน่าเลโอน่ายังกินขาดอยู่โดยเฉพาะเรื่องเสียง
แต่แผดเล็กๆแบบเจสก็ดูน่ารักดีคะแนนที่ให้ก็ให้เพราะเป็นหนี่งในแทร็คที่ใส่เป็นโบนัส
ของออสเตรเลียกับญึ่ปุ่นแต่ถ้าเอามาเทียบกับเวอร์ชั่นของเลโอน่าก็ (3/5)
edit @ 5 Jul 2008 13:35:47 by Disney Boy
edit @ 5 Jul 2008 13:53:28 by Disney Boy
edit @ 31 Jul 2008 23:47:28 by Disney Boy
รีวิวละเอียดมากๆค่ะ
ขอชมเชย..แหะๆ
อัลบั้มนี้ฟังหลายๆรอบจะรู้สึกว่าเพราะทุกเพลง
ต่างกับอัลบั้มที่สอง ที่บางเพลงฟังยังไงก็ไม่ประทับใจ
อย่างเพลง It's Over กับ My Baby
ตอนแรกฟังแล้วรู้สึกแปลกๆนิดนึง
แต่ตอนนี้ชอบมากๆ ไม่นับ Leavin' ,
How do you Sleep ? แล้วก็ Told You so
ที่โดนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆนะคะ
#1 By fern-eva (125.25.141.187) on 2008-07-18 14:08